Author Topic: การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน รวมบทความการเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน 10 ประเทศ  (Read 83055 times)

อาเซียน

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 128
  • อาเซียน
    • View Profile
    • อาเซียน





การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน รวมบทความการเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน 10 ประเทศ เป็นเรื่องที่เราต้องศึกษากันอย่างมกาครับ เพราะปี 2558 นี้จะเปิดอาเซียน ประเทศไทยของเรามีความพร้อมหรือไม่ เราต้องศึกษาเพื่อรับมือครับ กระทู้นี้เป็นการรวบรวม บทความจากสถาบันการศึกษา และหน่วยงานอื่นๆ มาเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาครับ



การเตรียมพร้อมด้านการศึกษาของไทย เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
ที่มา http://www.chinnaworn.com

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยบรรยาย พิเศษเรื่อง "การเตรียมพร้อมด้านการศึกษาของไทย เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ปี พ.ศ. ๒๕๕๘" ไว้ว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ภายใต้ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์เดียว เอกลักษณ์เดียว และประชาคมเดียว เพื่อความเจริญมั่นคงของประชากร ทรัพยากร และเศรษฐกิจ

ภายใต้การก่อตั้งนี้จะต้องยึดหลักสำคัญ คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน การศึกษานั้นจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่นๆมีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน

การเตรียมความพร้อมของการศึกษาไทย มีจุดมุ่งหมาย ดังนี้

๑. การสร้างประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ให้ประเทศไทยเป็น Education Hub มี การเตรียมความพร้อมในด้านกรอบความคิด คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ ที่จะมุ่งสร้างความตระหนักรู้ของคนไทยในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยให้ เป็นคนของประชาคมอาเซียน พัฒนาสมรรถนะให้พร้อมจะอยู่ร่วมกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้าน การศึกษา โดยให้มีการร่วมมือกันใน ๓ ด้านคือ ด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษา

๒. ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษาด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่าง กันในประชาคมอาเซียน มีการเพิ่มครูที่จบการศึกษาด้านภาษาอังกฤษเข้าไปในทุกระดับชั้นการศึกษา เพื่อให้นักเรียนไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการรับอาสาสมัครเข้ามาสอนภาษาต่าง ประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจกันของ ประเทศในประชาคม

ส่วนด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น จะพัฒนาตามหลัก 3Nได้แก่ Ned Netโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ NEISศูนย์กลางรวบรวม จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา NLCศูนย์ เรียนรู้แห่งชาติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลา มีการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ความเอื้ออาทร โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ นักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาจะต้องเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะการทำงานร่วมกันในประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียนและสากลต่อไป





เตรียมความพร้อม นศ. ไทยสู่การเป็นบัณฑิตในฐานะสมาชิกอาเซียน
ที่มา http://www2.rsu.ac.th/

ต้อนรับสู่การเป็นสมาชิกอาเซียน ปี 2558
“สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations)”
เตรียมความพร้อม นศ. ไทยสู่การเป็นบัณฑิตในฐานะสมาชิกอาเซียน
            เชื่อว่า “วันนี้” เด็กไทยหลายต่อหลายคนยังคงกังวลว่า เมื่อเรียนจบแล้วเก้าอี้งานของตนเองนั้นจะลดลงหรือไม่หลังจากที่มีการเปิดเสรีอาเซียนขึ้น น้องๆ หลายคนเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมทัดเทียมกับการเป็นสมาชิกอาเซียนในอนาคตหรือยัง โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งในปีการศึกษา 2555 นี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ปี 2558 จะต้องเตรียมพร้อมและพัฒนาศักยภาพของตนเองในด้านใดเพิ่มขึ้นบ้าง เพื่อให้สามารถดำรงอยู่และประกอบอาชีพที่ต้องการได้
            ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “อาเซียน” กันก่อนว่าสิ่งนี้คืออะไร มีที่มาที่ไปและจะดำเนินไปในทิศทางใด รวมถึงมาฟังคำแนะนำดีๆ ในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ไปพร้อมๆ กัน

มารู้จัก “อาเซียน” กันเถอะ
            อาเซียน มีชื่อเต็มว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ 1) บรูไนดารุสซาลาม 2) ราชอาณาจักรกัมพูชา 3) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 4) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 5) มาเลเซีย 6) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน-มาร์ 7) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ 8) สาธารณรัฐสิงคโปร์ 9) ราชอาณาจักรไทย และ 10) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม     โดยการจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ให้สามารถทำงานร่วมกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้อาเซียนของเรามีความร่วมมือระหว่างกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคม รวมทั้งการช่วยเหลือให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอาเซียนของเรา ปัจจุบันนี้ อาเซียนมีประชากรจำนวน 500 กว่าล้านคนด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งผู้คนจำนวนมากมายเหล่านี้ เมื่อมารวมตัวกันเป็นครอบครัวใหญ่ ย่อมทำให้อาเซียนมีแหล่งท่องเที่ยวทรัพยากรธรรมชาติ และวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล เป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ ตรงนี้จะทำให้อาเซียนมีความได้เปรียบ และสามารถค้าขายสินค้าแข่งกับประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกาได้
            ประชาคมอาเซียนถูกพูดถึงมากว่า 40 ปีแล้ว โดยเกิดขึ้นจากความพยายามของ 5 ประเทศ ได้แก่ 1) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 2) มาเลเซีย 3) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ 4) สาธารณรัฐสิงคโปร์ และ 5) ราชอาณาจักรไทย ที่ต้องการให้อาเซียนเป็นดินแดนแห่งสันติภาพ มีความร่วมมือกันในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ การเกษตรและอุตสาหกรรม โดยได้มีการลงนามในข้อตกลงร่วมกัน เรียกว่า ปฏิญญากรุงเทพฯ ที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510
                ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกได้ขยายความร่วมมือกันอย่างแข็งขันในทุกด้าน มีการเร่งรัดกระบวนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จในปี 2558 และกำลังร่างกฎบัตรอาเซียนเพื่อเป็นแนวทางของอาเซียน ในการรับมือกับสิ่งท้าทายและสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

ประเทศไทย กับอาเซียน
                นายแพทย์ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ คณบดีบริหารกลุ่มวิทยาลัยแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การรวมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว มีเป้าหมายเพื่อรวมทั้ง 10 ประเทศ เข้าด้วยกัน และเพื่อสร้างโอกาสด้านการติดต่อค้าขาย การดำเนินกิจการกับประเทศต่างๆ รวมถึงการขยายโอกาสทางด้านการศึกษา และการประกอบอาชีพ
            “ด้านการศึกษา นอกจากจะเป็นรากฐานในการสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพ มีคุณภาพแล้วยังเป็นฐานในการสร้างโอกาสและความเจริญทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย เช่น บุคลากรด้านการแพทย์นั้น จะต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านในการรักษาผู้ป่วย หรือแม้แต่นำไปประกอบวิชาชีพต่างๆ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในการรักษาสุขภาพประเทศหนึ่ง และมีชาวต่างชาติมากมายที่เข้ามารับการรักษาโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเกี่ยวกับฟัน หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมความสวยความงาม ซึ่งชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษานั้น หากมองในแง่เศรษฐกิจนี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางในการสร้างเศรษฐกิจ ดังนั้น วงการแพทย์ไทยจึงต้องคิดค้นด้านการรักษาต่างๆ อยู่สม่ำเสมอ และในด้านการให้บริการก็จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความสามารถเช่นกัน  เนื่องจากวิชาชีพนั้นมีหลากหลายวิชาชีพ การฝึกฝนจึงจำเป็นเป็นอย่างยิ่งและการวางนโยบายในการผลิตบุคลากรนั้นประเทศไทยจะวางแผนอย่างไร หรือแต่ละประเทศมีนโยบายอย่างไร ซึ่งนับว่าสำคัญมาก เช่น อินโดนีเซีย วางตัวเป็นผู้ส่งออกไปยังตะวันออกกลาง สิงคโปร์และมาเลเซียก็วางตัวเป็นผู้ผลิตบุคลากรส่งออกทางด้านการแพทย์ เป็นต้น ฉะนั้นการศึกษาไทยต้องมองนโยบายที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในประเทศก่อนว่าเราควรต้องทำอย่างไร ยังอ่อนอะไร ซึ่งหากเรามีการส่งออกบุคลากรในระดับวิชาชีพขั้นสูงมากขึ้น ประเทศของเราก็จะเป็นการยอมรับที่ดีกว่าการส่งแรงงานออกไป”
            ด้าน ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ (Economic Integration) ภายในปี 2558 ของประชาคมอาเซียนนั้น ถือเป็นพัฒนาการของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ก้าวข้ามสหภาพทางภาษีศุลกากร (Custom Union) มาเป็นตลาดร่วม (Common Market) ซึ่งถือว่า มีลักษณะเฉพาะหรืออัตลักษณ์ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ลัดขั้นตอนของการพัฒนาสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
            “ระบบเศรษฐกิจโลกจะมีการเคลื่อนย้ายศูนย์กลางมายังเอเชียมากขึ้นตามลำดับ ขณะที่ประเทศต่างๆ จะเดินหน้าเปิดเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ ภาวะไร้พรมแดนจะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปในศตวรรษที่ 21 จะเกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่สามกลุ่ม คือ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิเอเชียตะวันออก การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในทวีปอเมริกา การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในยุโรป  ขณะที่มนุษยชาติต้องเผชิญปัญหาในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เป็นปัญหาร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติและภาวะโลกร้อน เป็นต้น ดังนั้น ในแง่ของการศึกษา นักศึกษาต้องมีความกระตือรือร้นทางวิชาการและวิชาชีพที่ตัวเองเรียนมากขึ้นกว่าเดิมหากไม่ต้องการเสียโอกาสจากการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจและโอกาสการทำงานที่เพิ่มขึ้นในประชาคมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เรียนในสาขาวิชาชีพ 7 สาขาวิชาชีพที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี ความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาสากลโดยเฉพาะอังกฤษเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่จะประกันความก้าวหน้าในการทำงานในอนาคตหรืออาจจะหมายถึงโอกาสในการมีงานทำหรือไม่มีงานทำได้ หากเราไม่เก่งจริง ไม่มีคุณภาพจริง จบการศึกษาไปนายจ้างอาจไม่จ้างเรา นายจ้างมีทางเลือกมากขึ้นในการจ้างแรงงานในอาเซียนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น หากเรามีคุณภาพจริง เราสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้ โอกาสของเราก็มากกว่าเดิม เพราะเราสามารถเดินทางไปทำงานทั่วทั้งอาเซียนโดยไม่มีข้อกีดกั้นสำหรับผู้จบ 7 สาขาวิชาชีพที่มีการเปิดเสรีก่อน  นักศึกษาก็ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด สนุกกับสิ่งที่เราทำ มีเป้าหมายให้ชัดเจน จริงจังแต่อย่าเครียด เรียนรู้ให้มากที่สุด ผิดผลาดล้มเหลวถือเป็นบทเรียน เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พยายามคิดในทางบวก”

มหาวิทยาลัยรังสิต กับอาเซียน
            นายจรูญ เชดเลอร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องอาเซียนมาหลายปีแล้ว จากวิสัยทัศน์ของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่เน้นย้ำเสมอว่า มหาวิทยาลัยของเราไม่มีนโยบายด้านการแข่งขันด้านการศึกษากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราต้องให้ความสนใจประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เท่าๆ กับที่ให้ความสนใจประเทศในแถบยุโรป อเมริกา หรือประเทศอื่นๆ เช่นกัน
            “มหาวิทยาลัยมีโครงการมากมายสำหรับเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหลักสูตร 2 ภาษา (Bilingual) ใน 18 สาขาวิชา การสนับสนุนและส่งเสริมบุคลากรด้านภาษาอังกฤษ และการจัดกิจกรรมเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกมากมาย เช่น โครงการ Passage to ASEAN (P2A) เป็นโครงการร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศอาเซียน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ตัน ประเทศกัมพูชา มหาวิทยาลัยดอย ตัน ประเทศเวียดนาม มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สปป.ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และบริษัทเมียนม่า คอมพิวเตอร์ จำกัด ประเทศพม่า โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้เดินทางไปศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนประเทศนั้นๆ หาประสบการณ์ชีวิตด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา 20 วัน ซึ่งนักศึกษาชุดแรกจำนวน 10 คน จะเริ่มเดินทางด้วยการขึ้นรถบัส รถไฟ ลงเรือ และเครื่องบิน เริ่มจากประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า เป็นต้น นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการเปิดรับอาจารย์และบุคลากรจากประเทศอาเซียน และพัฒนาทุกๆ ด้านของมหาวิทยาลัยรังสิตให้พร้อมต้อนรับการเปิดประตูสู่อาเซียนต่อไป”

ขอบคุณที่มา: สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


บทบาท“ผู้นำนักศึกษา”รุ่นใหม่ เตรียมพร้อมสู่อาเซียน
ที่มา http://www.manager.co.th/Campus/V

 ปี พ.ศ. 2558 ย่างก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เหลือเวลาเพียงไม่กี่ปี นักศึกษาไทยเราเตรียมพร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ กลุ่มผู้นำนักศึกษาจะเป็นผู้จุดพลังความคิดและสร้างสรรค์แนวทางนำาเพื่อนๆ นักศึกษาสู่อาเซียนโดยคณะอนุกรรมการพัฒนานิสิตนอกชั้นเรียนเครือข่ายอุดมศึกษาเขตภาคกลาง เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย จัดสัมมนาเรื่อง “ผู้นำกิจกรรมนักศึกษาควรมีบทบาทอย่างไร เพื่อความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

       ในเวทีเสวนา “ปรับกิจกรรมนักศึกษาไทย ให้ก้าวไกลสู่สากล” นางสาวพิณไพเราะ ธีรเนตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นักศึกษายุคนี้เป็นพลเมืองโลก แต่นักศึกษาในเมืองยังไม่รู้ว่า AEC คืออะไร ขาดความรู้รอบตัว
       
       "เราควรจัดกิจกรรมให้เพื่อนมีความอยากรู้หรือเห็นความสำาคัญเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หรือจัดเวทีแลกเปลี่ยนในเรื่องต่างๆ กับกลุ่มนักศึกษาประเทศเพื่อนบ้าน
       ทั้งนี้ ขอให้คิดในแง่บวกไทยไม่ได้ด้อยกว่าใครขอให้ตั้งใจพัฒนาให้เด่นพร้อมที่จะเข้าสู่อาเซียน"
       
       นางสาวณัฐพัชร์ จิรนิวรรธน์ มหาวิทยาลัยแสตมป์ฟอร์ด กล่าวว่า เพื่อนๆ นักศึกษาตื่นตัวเรื่องอาเซียนน้อยมาก ขอให้เห็นคุณค่าของการเตรียมเข้าสู่อาเซียน "เราต้องรู้จักปรับหรือเปลี่ยนที่ตัวเราก่อน อย่างน้อยใช้ภาษาอังกฤษในกิจกรรมให้สนุกและสร้างสรรค์"
       
       นางสาวพิมพ์ภัทรา พิมพ์วาปี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า กลุ่มผู้นำาต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงสู่อาเซียน "ต้องฝึกการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารและการทำกิจกรรมให้มากที่สุด"
       
       นายธีรภัทร์ ปริยวาที มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครกล่าวว่า นักศึกษาไทยมักสื่อสารแบบผิดๆ ในโลก Social Networkและมีพฤติกรรมใช้มือถือตลอดทั้งวัน"เราต้องปรับตัวให้มีความจริงจังในการศึกษาและการทำงาน เรียนรุ้ทักษะการใช้สื่อออนไลน์ให้มีประโยชน์"
       
       ด้านตัวแทนมหาวิทยาลัยรังสิต นายปิยพงศ์ เจริญภักดี อุปนายกสโมสรนักศึกษา คนที่ 2และนายทีปต์วรสิทธิ์ หาญพิพัฒนพาณิชย์ กรรมการสโมสรนักศึกษา กล่าวถึงการเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ว่าได้เปิดหูเปิดตาเตรียมพร้อมสู่อาเซียน ซึ่งนักศึกษาต้องตื่นตัวเรียนรู้ใช้ชีวิตร่วมกับคนชาติอาเซียน เริ่มด้วยการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร
       
       ด้านกิจกรรมต้องสนับสนุนให้มีมากขึ้น เช่น การโต้วาที การแข่งขันตอบปัญหาอาเซียนส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างๆ และจัดค่ายส่งเสริม การเรียนรู้วัฒนธรรมและศาสนา เพราะอาเซียนมีศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกทั้งจัดพื้นที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น การสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษก็จะได้ส่วนลด เป็นต้น
       
       “ความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนมีผลต่อแนวโน้มตลาดแรงงาน ทั้งนี้ สาขาวิชาของมหาวิทยาลัยรังสิต ตอบโจทย์ตลาดแรงงานใน อนาคตได้เป็นอย่างดีจึงขอขอบคุณคุณพ่อ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีที่เล็งเห็นถึงความสำาคัญ ทำาให้นักศึกษารังสิตมีโอกาสทำางานในประเทศต่างๆ ตามสาขาวิชาชีพ”
       
       กิจกรรมครั้งนี้ได้จัดให้นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ระดมความคิด “บทบาทผู้นำากิจกรรมนักศึกษา เพื่อความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” โดยได้ข้อสรุปรูปแบบกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมรับน้องต้องสอดแทรกการร้องเพลงเชียร์เป็นภาษาอังกฤษ ทุกกิจกรรมใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร จัดนิทรรศการASEAN WeekหรือRoad Show ในแต่ละเดือนพร้อมจัดแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกีฬา เทศกาลอาหารอาเซียนเสนอให้เพิ่มศักยภาพผู้นำานักศึกษาให้สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและเน้นย้าว่านักศึกษาไทยต้องรู้จักความเป็นไทยให้ถ่องแท้และชัดเจน เพื่อถ่ายทอดได้
       
       สุดท้ายได้ประมวลข้อสรุปต่อการนำไปขับเคลื่อนในมหาวิทยาลัย อาทิ เริ่มทำกิจกรรมสองภาษาและให้นักศึกษาต่างชาติร่วมทำกิจกรรมกับนักศึกษาไทย จัดตั้งชมรมอาเซียนจัดตั้งกองทุนส่งนักศึกษาไปเรียนรู้วิถีอาเซียนและนำามาถ่ายทอด ในองค์กรนักศึกษาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น



การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

เป็นไฟล์ pdf ครับ คลิกเพื่อ อ่าน  www.khaothaphraschool.com/pdf/asian.pdf

ทำไมจึงต้องตั้งอาเซียน ?ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งเห็นว่าการตั้งองค์กรความร่วมมือ ระดับภูมิภาค จะช่วยให้

1. ป้องกันการเกิดความขัดแย้ง
2. ส่งเสริมการระงับข้อพิพาทโดยวิธีสันติ
3. ส่งเสริมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน




โหลด บทความ การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน
http://web62.sskru.ac.th/UserFiles/File/LinkClick.pdf
www.khaothaphraschool.com/pdf/asian.pdf


นำบทความ การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน  ลิ้งมาที่ http://www.aseantalk.com/index.php?topic=55.0





อาเซียน

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 128
  • อาเซียน
    • View Profile
    • อาเซียน
บทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนด้านวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

ที่มา : http://www.kku.ac.th/



 การเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย และมีโครงการที่จะดำเนินการหลายโครงการ โดย รศ.นพ.ถวัลย์วงค์ รัตนสิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ได้กล่าวในรายการ Leader talk ว่า “ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศมีหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงาน คือ กองวิเทศสัมพันธ์ สถาบันขงจื้อ และศูนย์ข้อมูลลาว โดยมีภารกิจหลัก คือ การเผยแพร่กิจการต่างประเทศของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายสู่สากล ซึ่งเน้นเรื่องการประสานงาน การให้บริการกับคณะ หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนนักศึกษา ที่มีกิจกรรมหรือโครงการ ที่เกี่ยวกับทางด้านต่างประเทศ เพื่อที่จะนำพามหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
              และภารกิจสำคัญของฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ คือ การเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 โดยเมื่อปี พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนขึ้นมา 1 ชุด แล้วได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในการเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีทั้งหมด 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อการพัฒนาประชาคมอาเซียน และยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมบทบาทมหาวิทยาลัยขอนแก่นในประชาคมอาเซียน ซึ่งยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ยุทธศาสตร์นี้ก็ได้ผ่านการเห็นชอบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ส่วนในปี พ.ศ.2556 นี้ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ จะมุ่งเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนนักศึกษา และประชาชนที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ให้ทราบถึงความสำคัญ หรือผลกระทบต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และในปี 2557 และ 2558 นั้น ทางฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ได้ร่วมมือกับหลายคณะหน่วยงานในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เขียนโครงการเพื่อของบประมาณแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ.2557-2558 ซึ่งมีทั้งหมด 11 โครงการ รวมงบประมาณกว่า 2 ร้อยล้านบาท คือ โครงการบริการวิชาการประชาคมอาเซียน โครงการอบรมภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยนักศึกษาอาเซียนมหาวิทยาลัยขอนแก่น โครงการศูนย์ข้อมูลอาเซียน โครงการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม โครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรสายสนับสนุน โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา โครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรสายวิชาการ โครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรสายวิจัย โครงการประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และโครงการเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาอาเซียน เพื่อนำพามหาวิทยาลัยขอนแก่นไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของโลก
              สิ่งสำคัญอีกประการ ในการเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือ บุคลากรทุกระดับตลอดจนนักศึกษาจะต้องมีความรู้ความสามารถทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาหลักของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงอยากให้นักศึกษาตลอดจนบุคลากรทุกระดับ ได้มีความกระตือรือร้นฝึกฝนภาษาอังกฤษ ซึ่งจุดอ่อนของประเทศไทย คือ การที่คนไทยมีความรู้ทางด้านภาษาต่ำกว่ากลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน จึงอยากให้ฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้พร้อม เพื่อที่จะสามารถเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมีความสุข”

 
การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน
ข่าว/ภาพ : วรวิทย์  สิริภานุวัฒน์

อาเซียน

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 128
  • อาเซียน
    • View Profile
    • อาเซียน
การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน รวมบทความการเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน 10 ประเทศ

ที่มา
http://blog.eduzones.com/wiriy

การเตรียมลูกให้พร้อมสู่ AEC ตอน 1 ความรู้เปลี่ยนเร็ว ต้องฝึกนิสัยค้นคว้าหาความรู้
อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมตัวลูกๆ สู่ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ในรายการ Talk about Kids
ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ทางรักลูก แฟมิลี่ แชลเนิล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=pTRPV5zaesg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=pTRPV5zaesg</a>

การเตรียมลูกให้พร้อมสู่ AEC ตอน 2 เด็กไทยใช้เวลาในห้องเรียนเยอะ แต่ไม่มีเวลาเรียนรู้
อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมตัวลูกๆ สู่ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ในรายการ Talk about Kids
ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ทางรักลูก แฟมิลี่ แชลเนิล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=tvhls_Trwmg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=tvhls_Trwmg</a>

การเตรียมลูกให้พร้อมสู่ AEC ตอน 3 การบังคับ ไม่ได้สร้างวินัย
อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมตัวลูกๆ สู่ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ในรายการ Talk about Kids
ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ทางรักลูก แฟมิลี่ แชลเนิล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=wh5HQi0hU80" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=wh5HQi0hU80</a>

การเตรียมลูกให้พร้อมสู่ AEC ตอน 4 สี่ทักษะที่จำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมสู่อาเซียน
การเตรียมลูกให้พร้อมสู่ AEC ตอน 4 (จบ)
อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมตัวลูกๆ สู่ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ในรายการ Talk about Kids
ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ทางรักลูก แฟมิลี่ แชลเนิล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=-vrFdbKeFvA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=-vrFdbKeFvA</a>

อาเซียน

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 128
  • อาเซียน
    • View Profile
    • อาเซียน
การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ของกระทรวงศึกษาธิการ



การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน รวมบทความการเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน 10 ประเทศ

 ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมเอเซีย กรุงเทพฯ

 

 

การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ของกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

      ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมเอเซีย กรุงเทพฯ

      ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การศึกษา เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยการศึกษาเป็นกลไกในการปลูกฝังค่านิยม แนวความคิด ความเข้าใจกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของอาเซียนและเศรษฐกิจโลก โดยในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Blueprint for ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC Blueprint) ได้กำหนดให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกในการเสริมสร้างวิถีชีวิตที่ดีของประชากรในภูมิภาค ด้วยการให้ความสำคัญกับการศึกษาและการสร้างโอกาสทางการศึกษา การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม การส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงประยุกต์

         กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการภายใน ปี 2555 – 2558 เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน ดังนี้

         1.การให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยรณรงค์ให้ประชากรทุกคนอ่านออกเขียนได้ ลดอัตราการไม่รู้หนังสือ เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มีอัตราประชากรรู้หนังสือ ร้อยละ 93.5 และมีเพียงร้อยละ 6.5 ของประชากรวัยเรียนที่ไม่รู้หนังสือ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนทางไกล การศึกษานอกระบบ การเรียนจากศูนย์การเรียนชุมชน (Community Learning Centres- CLCs) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศอาเซียนว่า เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมการพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่าน CLCs รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับศูนย์การเรียนชุมชนในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นด้วย

          นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำหลักสูตรมาตรฐานอาเซียน (ASEAN Curriculum) สำหรับช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.6) ช่วงชั้นที่ 2 (ม.1-ม.3) และช่วงชั้นที่ 3 (ม.4-ม.6) โดยกำหนดใน 7 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พลศึกษา  เทคโนโลยีสารสนเทศ  จริยศึกษา  ศิลปะ และอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เพื่อจัดทำรายละเอียดหลักสูตรอาเซียนในเดือนกันยายน 2555

            2.การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมการสอนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาราชการของอาเซียน การพัฒนาครูซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งประเทศไทยมีเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาครูกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนการสอน

            3.การส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม โดยเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมายในประเทศ พัฒนากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเป็นกลไกและเครื่องมือในการพัฒนากำลังคนที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการศึกษาระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และสถาบันเฉพาะทาง

             4.การส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยส่งเสริมการพัฒนาสื่อการ เรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในสาระวิชาและระดับชั้นต่างๆ ทั้งในรูปแบบ on-line และ/หรือ off-line กำหนดสมรรถนะผู้เรียนในด้าน ICT ในแต่ละระดับการศึกษา พัฒนายกระดับสถาบันการศึกษาให้มีความสามารถเฉพาะทางด้าน  ICT เพื่อผลิตบุคลากรด้าน ICT ให้มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง สร้างแรงจูงใจเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานในการเข้าฝึกอบรม และสอบมาตรฐานวิชาชีพด้าน ICT ที่มีการกำหนดไว้ในระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

               5.การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงประยุกต์ โดยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางด้านวิชาชีพทางด้านการวิจัยที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งสร้างเครือข่ายการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา
 

อิชยา/ข่าว,วิชัย/ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ/สอ.สป.
ที่มา
http://www.ops.moe.go.th/