Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
แฉธุรกิจ บริษัท LDS thailand หรือ Longderse รับสมัครงาน part time ???? ทีมงานได้ข้อมูลจาก แฟนเพจท่านหนึ่ง ที่เข้าไปสัมผัสงานนี้ เห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยเอามาแชร์ครับ

Quote


@Nunniize Dexnoiizee

ผมรู้ครับ แบบเกือบละเอียดเลยล่ะ ถ้าไม่ขี้เกียจก็อ่านได้เลยครับ

เขาก็เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจค้าขาย หรืองานเครือข่ายเหมือนปกติแหละครับ ขายพวกผลิตภัณฑ์สุขภาพ แต่มันจะผิดปกติตรงที่การหาผู้ร่วมงานของเขานั่นเอง บริษัทโดยทั่วไปแล้วมักจะต้องการพนักงานที่มีศักยภาพสูงแต่เงินเดือนไม่ค่อยจะสูงเท่าไหร่ ส่วน LDS หรือ Longderse หรือ ในกรุงเทพเรียกว่า Green Group มันชอบมาโพสงานลักษณะเกินจริง เช่น คุณสมบัติไม่สูง แต่ให้รายได้ที่มากเกินจริง แถมลักษณะงานก็ง่าย ดังตัวอย่างนี้

ตำแหน่ง
-โอเปอร์เรเตอร์
-ประชาสัมพันธ์
-การตลาด
-ธุรการ

คุณสมบัติ
-อายุ 17 ปีขึ้นไป
-ไม่จำกัดวุฒิ
-ไม่จำกัดเพศ
-มีเวลาว่างเล่น internet 2-3ชม.
-อัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย
รายได้เฉลี่ย
พาทไทม์ 2000-4000บ/ต่อสัปดาห์
ฟลูไทม์ 15000บ.ขึ้นไป
ปัจจุบันมักจะลงท้ายโพสด้วยว่า ทิ้งชื่อ-เบอร์ติดต่อไว้เดี๋ยวจะติดต่อกลับ เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เพราะว่าถ้ามีคนโทรไปถามด้วยตัวเอง มันจะเตรียมคำพูดไว้หลอกเราไม่ทัน เพราะฉะนั้นเลยต้องเตรียมคำพูดหรูๆไว้แล้วมันจะโทรกลับมาเอง

โพสลักษณะนี้ก็จริงนะครับ แต่ว่าพอเราเข้าไปสัมภาษณ์งานแล้วมันคนละเรื่องเลย แทนที่จะได้สอบหรือสัมภาษณ์งาน กลับเป็นการนั่งฟังคนโอ้อวดรายได้ของตัวเอง และแนะนำสินค้าซะงั้น พอนั่งฟังเสร็จ พวกคนงานในนั้นก็จะจับเราไปนั่งตามกลุ่ม แล้วก็พูดถึงโครงสร้างเครือข่ายของงาน และย้ำด้วยว่ายิ่งลงทุนสูงยิ่งได้รายได้สูง (โถ่ ลงทุนสูงแค่ไหน แต่ถ้าไม่ไปขายของเองก็ไม่มีทางได้เงินคืนหรอก) จะมีการคะยั้นคะยอ ตะล่อมเอาเงินจากเราให้ได้ มีตัวอย่างบทสนทนาด้วยครับ

อิโจร - น้องสมัครน้อยๆก่อนก็ได้นะซัก 3-4พัน ตอนนี้มีตังเท่าไหร่ล่ะ
ผู้เสียหาย - หนูมีติดตัวอยู่ 300
อิโจร - ไปกดมาสิ มาๆเดี๋ยวพี่พาไปกด
ผู้เสียหาย - ในบัญชีก็ไม่มีเลยค่ะ
อิโจร - ก็ไปยืมเพื่อนมาสิ ทำแป้บเดียว เดี๋ยวก็ได้เงินคืนแล้ว
ผู้เสียหาย - เอือมระอา แล้วก็ออกมาจากที่เกิดเหตุทันทีเพราะรับไม่ได้

ดูเอานะครับ สันดานเลวๆของคนพวกนี้ นอกจากจะไม่มีงานที่เราต้องการสมัครแล้ว มันยังตะล่อมเอาเงินเราได้หน้าตาเฉย แถมข้อมูลที่เราถามไป แทบจะไม่เคยมีคำตอบ ถามอะไรไปมันมักจะบอกว่าเดี๋ยวมันจะถามหัวหน้าให้ ทั้งๆที่มันเป็นคนมารับสมัครงานเอง แต่ดันไม่รู้ลักษณะงานซะงั้น

ประเด็นสำคัญที่พวกนี้ต้องมาหารับสมัครคนนั้นเป็นเพราะว่า มันต้องการหาดาวน์ไลน์หรือลูกข่าย เพื่อที่มันจะได้กินเปอร์เซ้นต์จากยอดขายของลูกข่ายนั่นเอง ยิ่งลูกข่ายมากเท่าไหร่มันยิ่งได้กินเยอะเท่านั้น ยิ่งพวกที่หลอกคนได้เยอะๆเนี่ยไม่ต้องพูดถึง มันไม่ต้องมานั่งขายของเองเลยล่ะครับ แค่กินเปอร์เซ็นต์จากลูกข่ายมันก็อยู่ได้แล้วครับ รวยทั้งเงิน ทั้งรวยสำสาปแช่ง คงจะมีความสุขตายล่ะ

มีเรื่องให้เม้าเกี่ยวกับพวกนี้เยอะมากครับ เพราะมันมีหลายบริษัทที่ทำแบบนี้ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังใหม่ หรือใครสงสัยงานไหนจริงงานไหนหลอกก็อินบ็อกซ์มาถามผมได้เลยครับ ยินดีช่วยกันเสมอ


ขอบคุณ @Nunniize Dexnoiizee
2
สุดยอด 5 มหาวิทยาลัยไทย ติด 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่


วันที่ 10 มี.ค. รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) เปิดเผยว่า ปลายปี 2556 สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากประเทศอังกฤษประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่100มหาวิทยาลัย ′Times Higher  Educotion BRICS & Emerging Economies Rankings 2014′  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่ 89

โดยมีมหาวิทยาลัยจากประเทศไทย 5 แห่งติดอยู่ในการจัดอันดับในกลุ่ม 100 มหาวิทยาลัยแรกของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มี

อันดับ 29 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
อันดับ 52 มหาวิทยาลัยมหิดล
อันดับ 82 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อันดับที่ 86 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อันดับ 89 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รศ.ดร.ชูศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของ Times Higher Education นับเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เป็นครั้งแรก ยึดตัวชี้วัด 5 ด้านประกอบด้วย การสอน งานวิจัย การอ้างถึงผลงานทางวิชาการ รายได้จากภาคอุตสาหกรรมและสายตาจากนานาชาติ

ที่มา http://www.matichon.co.th
3
ข้อสอบอาเซียน พร้อมเฉลย


ข้อที่ 1 :
5 ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนได้เเก่ข้อใด   
   
   1. มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์

   2. มาเลเซีย พม่า ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์

   3. มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม

   4. อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ติมอร์ พม่า ไทย


แบบทดสอบ  เรื่อง  อาเซียน

       
   ข้อที่ 2 :
รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในตอนลงนามปฏิญญาอาเซียนคือใคร   
   1. จอมพลถนอม กิตติขจร

   2. นายปองพล อดิเรกสาร

   3. พันเอก (พิเศษ)ดร.ถนัด คอมันตร์

   4. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์




       
   ข้อที่ 3 :
การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามเมื่อใด   
   1. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510

   2. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2508

   3. เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2512

   4. เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2510




       
   ข้อที่ 4 :
การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามที่ใด   
   1. พระราชวังจันทรเกษม

   2. พระบรมมหาราชวัง

   3. พระราชวังสราญรมย์

   4. พระราชวังดุสิต




       
   ข้อที่ 5 :
สมาชิกอีก 5 ประเทศได้เเก่ข้อใด   
   1. เวียดนาม จีน พม่า ลาว ติมอร์

   2. เวียดนาม พม่า ลาว บรูไน กัมพูชา

   3. เวียดนาม พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้

   4. พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไทย




       
   ข้อที่ 6 :
สีบนพื้นธงอาเซียนมีกี่สี   
   1. 3 สี

   2. 4 สี
 

   3. 5 สี

   4. 6 สี




       
   ข้อที่ 7 :
สัญลักษณ์ของอาเซียนคือข้อใด   
   1. รวงข้าว 10 ต้น

   2. มัดหญ้า 10 ต้น

   3. ฝ้าย 10 ต้น

   4. มัดผักตบชวา 10 ต้น




       
   ข้อที่ 8 :
AFTA คืออะไร   
   1. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

   2. ความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรม

   3. เขตการค้าเสรี

   4. เขตการลงทุนอาเซียน




       
   ข้อที่ 9 :
AFTA ย่อมาจากอะไร   
   1. ASEAN Free Trade Area.

   2. ASEAN Free Tride Area.

   3. ASEAN Vision 2020

   4. ASEAN Troika.




       
   ข้อที่ 10 :
ใครเป็นผู้เสนอให้ก่อตั้ง AFTA   
   1. ปรีดี พนมยงค์
(หลวงประดิษฐ์มนูธรรม)

   2. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

   3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

   4. นายอานันท์ ปันยารชุน




       
   ข้อที่ 11 :
ข้อใดหมายถึง "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน"   
   1. ASEAN Comminity.

   2. ASEAN Political Security Comminity.

   3. ASEAN Economic Community

   4. ASEAN Socio-Cultural Comminity.




       
   ข้อที่ 12 :
สำนักเลขาธิการอาเซียนอยู่ที่ใด   
   1. กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย

   2. บันดาร์เสรีเบกาวาน ประเทศบรูไน

   3. เวียงจันทน์ ประเทศลาว

   4. พนมเปญ ประเทศกัมพูชา




       
   ข้อที่ 13 :
เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือใคร   
   1. Umarjadi Notowijono

   2. สุรินทร์ พิศสุวรรณ

   3. Roderick Yong

   4. Narciso G. Reyes




       
   ข้อที่ 14 :
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 13 ประชุมที่ประเทศใด   
   1. ประเทศอินโดนีเซีย

   2. ประเทศลาว

   3. ประเทศกัมพูชา

   4. ประเทศสิงคโปร์



       
   ข้อที่ 15 :
ชื่อย่อของ เขตการลงทุนอาเซียน คือข้อใด   
   1. AIA

   2. IAI

   3. AEC

   4. ARF




       
   ข้อที่ 16 :
หัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 คือข้อใด   
   1. กฏบัตรอาเซียน

   2. การพยายามผลักดันให้อาเซียนเดินหน้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน 2015

   3. การพยายามให้ประชาคมอาเซียนมีบทบาทในประชาคมโลก

   4. พิธีลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม




       
   ข้อที่ 17 :
การนำร่อง 12 สาขาสำคัญ ประเทศพม่ามีทักษะอะไร   
   1. การท่องเที่ยว การบิน

   2. เกษตร ประมง

   3. ไม้ ยาง

   4. สาขาสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ




       
   ข้อที่ 18 :
การนำร่อง 12 สาขาสำคัญ ประเทศไทยมีทักษะอะไร   
   1. การท่องเที่ยว การบิน

   2. อิเล็กทรอนิกส์ ประมง

   3. เกษตร ประมง

   4. ไม้ ยาง




       
   ข้อที่ 19 :
การนำร่อง 12 สาขาสำคัญ ประเทศฟิลิปปินส์มีทักษะอะไร   
   1. อิเล็คทรอนิสต์

   2. ยานยนต์

   3. สิ่งทอ

   4. สาขาสุขภาพ




       
   ข้อที่ 20 :
ข้อใดมิใช่ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน   
   1. อินเดีย จีน

   2. เเคนาดา สหภาพยุโรป

   3. ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

   4. ศรีลังกา ไอซ์เเลนด์




เฉลยข้อสอบ  เรื่อง  อาเซียน 
1(1)                    2(3)                      3(1)                      4(3)                       5(2)                      6(2)                    7(1)
8(3)                   9(1)                       10(4)                     11(3)                    12(1)                   13(2)                   14(4)                  15(1)                    16(1)                     17(2)                   18(1)                    19(1)      20(4)
4
Thai HiSpeed Train สถานีและเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงในประเทศไทย
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=lzenEve2m7M" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=lzenEve2m7M</a>
5
อัตราค่าโดยสาร รถไฟฟ้าความเร็วสูง


กระทรวงคมนาคมเตรียมเร่งรัดก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 5 เส้นทาง ประกอบด้วย  กรุงเทพฯ-เชียงใหม่,กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี,กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย  กรุงเทพฯ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์ และ กรุงเทพฯ-ระยอง ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปรู้จักกับ เทคโนโลยี รถไฟความเร็วสูงที่โลกนี้มีใช้กัน

หลังจาก พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  เป็นประธานสรุป กรอบการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ร่วมกับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำผลศึกษาที่บริษัทที่ปรึกษา จัดทำไว้เข้ามาพิจารณารายละเอียดเพื่อกำหนดกรอบหลายประเด็น  หนึ่งในนั้นคือ การพัฒนารถไฟความเร็วสูง โดยใช้รางขนาด  1.435  เมตร  หรือสแตนดาร์ดเกจจะมี การปรับปรุงจากรางเดิม ซึ่งเป็นรางขนาด  1  เมตร หรือมิเตอร์เกจ หรือจะมีการพัฒนา รางที่ 3 เป็นแบบสแตนดาร์ดเกจตลอดเส้นทาง

 

ขณะเดียวกันการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงตามแผนที่กระทรวงคมนาคม ให้นโยบายไว้

จะมีการเร่งรัดทำทันที  5  เส้นทาง  ประกอบด้วย  กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี  กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย  กรุงเทพฯ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์ และ กรุงเทพฯ-ระยอง  ขณะที่เส้นทางแรกที่จะเร่งดำเนินการทันที คือกรุงเทพฯ- นครราชสีมา โดยรูปแบบการลงทุนนั้น  เป็นไปได้มากที่สุด คือ ภาครัฐก่อสร้างรางหรือโครงสร้างพื้นฐานเอง และดึงเอกชนเข้ามาร่วมในการเดินรถ ซึ่งจะมีพูดคุยอีกครั้งว่าจะเป็นรูปแบบเอกชนร่วมลงทุนเดินรถ หรือสัมปทานเดินรถ

ส่วนอัตราค่าโดยสารตามผลศึกษานั้น  ค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงเช่น กรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะเก็บคนละ 1,000 บาท แต่จะกำหนดอัตราดังกล่าวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล ขณะที่เงินลงทุนระบบรถไฟความเร็วสูงนั้น หากภาครัฐก่อสร้างรางเองก็จะมีค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละ  800-1,000 ล้านบาท

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้ร่างกำหนดค่าโดยสาร + เวลาเดินทาง
สำหรับเครือข่ายไฮสปีดเทรน ไว้แล้วและคาดหวังไว้ว่าราคาน่าจะลดลงอีก


สายเหนือ:
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-นครสวรรค์ (หนองปลิง)

เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 12 นาที ค่าโดยสาร 384 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-พิษณุโลก

เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 54 นาที 36 วินาที ค่าโดยสาร 611 บาท

กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-เด่นชัย เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 38 นาที

ค่าโดยสาร 845 บาท

กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-เชียงใหม่ เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 43 นาที 48 วินาที ค่าโดยสาร 1,190 บาท

 

สายตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-นครราชสีมา เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 16 นาที

ค่าโดยสาร 410 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-ขอนแก่น เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 13 นาที

ค่าโดยสาร 709 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หนองคาย เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 4 นาทีี

ค่าโดยสาร 984 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-สุรินทร์ เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 3 นาทีี

ค่าโดยสาร 661 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-อุบลราชธานี เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 51 นาที

ค่าโดยสาร 912 บาท


สายใต้:
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หิวหิน เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 6 นาทีี

ค่าโดยสาร 360 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-แม่กลอง-หิวหิน เวลาเดินทาง 0 ชั่วโมง 55 นาที

ค่าโดยสาร 295 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-สุราษฎร์ธานี เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 14 นาที

ค่าโดยสาร 1,037 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หาดใหญ่ เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 41 นาที

ค่าโดยสาร 1,499 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-ปาดังเบซาร์ เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 54 นาที

ค่าโดยสาร 1,571 บาท


สายตะวันออก:
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-ระยอง เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 6 นาที ค่าโดยสาร 350 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-บางปะกง-ระยอง เวลาเดินทาง 0 ชั่วโมง 58 นาทีี ค่าโดยสาร 305 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-จันทร์บุรี เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 39 นาที ค่าโดยสาร 530 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสาร 400 บาท


ที่มา >>> http://www.thairath.co.th/page/trainPage
6
โครงการสร้างอนาคตไทย 2020 ทำไมต้อง พรบ.สร้างอนาคตไทย 2020 ? วันนี้แอดมินได้ข้อมูลจาก facebook ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรงคมนาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สำหรับคนที่ยังไม่มีข้อมูลเรื่อง โครงการสร้างอนาคตไทย 2020 ดีอย่างไร ทำไมต้อง พรบ.สร้างอนาคตไทย 2020 ? ลองอ่านและทำความเข้าใจให้ดีก่อนครับ ก่อนแสดงความคิดเห็น อย่าให้เค้าพูดได้ว่า คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด


ทำไมต้อง พรบ.สร้างอนาคตไทย 2020 ?

จากความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้รัฐบาลได้เสนอ "ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ" โดยหลักการที่สำคัญของพรบ.นี้คือ

- เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศที่ตอบสนองเป้าหมายในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
- เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมแก่ประชาชนทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และ พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ รวมทั้งการเชื่อมโยงฐานการผลิตกับฐานการส่งออกระหว่างภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมของอาเซียน
- เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการระบบขนส่ง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน

ผมคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการ แต่ยังสงสัยว่าทำไมต้องกู้ ทำไมไม่ทำในปีงบประมาณ ผมขอเรียนว่า เนื่องจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศนี้ จำเป็นต้องดำเนินการให้มีความเชื่อมโยงกันและดำเนินการติดต่อกันหลายปีจนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมนี้แล้วเสร็จตามเป้าหมายและทันต่อการพัฒนาประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องจัดเตรียมแหล่งเงินที่แน่นอนที่จะนำมาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการวางแผนการเงินระยะยาวที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ และจะช่วยวางแผนในการหาแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความมั่นใจของภาคเอกชนในแผนการลงทุนของรัฐบาลที่ชัดเจนและต่อเนื่อง

ความมั่นใจของภาคเอกชนจะทำให้ภาคเอกชนสามารถเตรียมความพร้อมและวางแผนการลงทุนของตัวเองควบคู่ไปกับการลงทุนของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องออก
"ร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ"

- กรอบวงเงินสองล้านล้านบาท เป็นกรอบวงเงินรวมสูงสุดที่จะใช้ในช่วงระยะเวลา 7 ปี (2557-2563)
- การดำเนินโครงการและการเบิกจ่ายเงิน จะค่อยๆทยอยทำเป็นลำดับ (ไม่ใช่ทำทีเดียวทั้งหมด) โดยจะทำในโครงการที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ มีความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
- โครงการทุกโครงการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายที่จำเป็นก่อนเริ่มโครงการให้ครบถ้วน และ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และ กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็น ก่อนนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ (ไม่มีการลัดขั้นตอน)

ซึ่งพรบ.นี้ มียุทธศาสตร์ที่สำคัญสามด้านคือ

1. ยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งทางถนนสู่การขนส่งที่ต้นทุนต่ำกว่า

ในปัจจุบัน ประเทศไทยขนส่งสินค้าโดยใช้รถบรรทุกเป็นส่วนใหญ่ (86%) โดยมีการขนทางรถไฟเพียง 2% ขนส่งทางน้ำเพียง 12% ทั้งๆที่การขนส่งทางรถบรรทุก มีต้นทุนและก่อให้เกิดมลภาวะสูง จึงมีความจำเป็นที่เราต้องพยายามเพิ่มการขนส่งทางรางและทางน้ำให้มากขึ้น ตัวอย่างโครงการเช่น
- การพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางรถไฟที่มีอยู่ โดยพัฒนารถไฟทางคู่ในเส้นทางต่างๆ
- การพัฒนาท่าเรือในลำน้ำและท่าเรือชายฝั่ง เช่น ท่าเรืออ่างทอง ท่าเรือสงขลา 2 ท่าเรือชุมพร ท่าเรือปากบารา
- การพัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่อง เช่น สถานีขนส่งสินค้า ทางรถไฟเชื่อมท่าเรือ และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

2. ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งเพื่อเชื่อมภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ และ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

เป็นการพัฒนาโครงข่ายเพื่อเชื่อมโยงภายในประเทศ และ เชื่อมโยงกับต่างประเทศ ตัวอย่างโครงการเช่น
- การปรับปรุงด่านศุลกากรทั่วประเทศ
- การพัฒนาโครงข่ายถนนเช่ือมประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
- การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง
- การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่สายใหม่
- การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์)

3. ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง

ปัจจุบัน การคมนาคมขนส่งในหลายๆจุดเป็นคอขวด เช่น การจราจรใน กทม. ถนนหลักหลายๆสายที่ยังเป็นสองเลนอยู่ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อลดปัญหาคอขวดและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ตัวอย่างโครงการเช่น
- การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าใน กทม
- การพัฒนาโครงข่ายถนนเพื่อลดปัญหาการจราจร การขยายถนนเป็นสี่ช่องจราจร
- การบูรณะโครงข่ายถนนสายหลักที่มีสภาพเสื่อมโทรม

จะเห็นได้ว่ายุทธศาสตร์ทั้งสามด้านเป็นยุทธศาสตร์ที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี และจะช่วยแก้ปัญหาที่สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศไทย โดยมีความครอบคลุมในทุกๆด้านครับ



http://www.aseantalk.com/index.php?topic=88.0

วันพรุ่งนี้ พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย ก็จะเข้าสู่สภาแล้วครับ ผมอยากให้พวกเรารับทราบรายละเอียดกันก่อน ผมขออธิบายรายละเอียดโครงการต่างๆในแต่ละยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงคมนาคม เตรียมไว้ซึ่งมีดังนี้ครับ


- รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 39.2%
- รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 22.8%
- ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 12.1%
- ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.7%
- สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%
- ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.5%
- ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.6%
- ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.2%
- รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 383,891 ล้านบาท คิดเป็น 19.2%
- ค่าสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ความผันผวนราคาวัสดุ การติดตามและประเมินผล) 21,050 ล้านบาท คิดเป็น 1.0%


จะเห็นได้ว่า โครงการใน พ.ร.บ.สร้างอนาคตประเทศนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกทม. ถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ บูรณะถนนสายหลัก ถนนเชื่อมประตูการค้า ท่าเรือ สะพานข้ามทางรถไฟ โดยกระจายอยู่ในทุกๆด้าน และ อยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ตามความจำเป็นและยุทธศาสตร์ของประเทศ

โครงการเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ แต่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หัวข้อ 5.3.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในเมือง และ เป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ทั้งในส่วนของ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณฑล โครงการท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และ ฝั่งอ่าวไทย การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งการเสนอโครงการต่างๆใน พ.ร.บ.นี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ได้แถลงเป็นพันธสัญญากับรัฐสภา อย่างครบถ้วน

สำหรับสิ่งที่จะได้จากโครงการนี้ ที่ทางรัฐบาลคาดหวังไว้คือ

1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2%
2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40%
3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. และขบวนรถโดยสาร เพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม.
4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5%
5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18%
6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี
7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30%
8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5%
9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี
10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม. รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

วันพรุ่งนี้ติดตามคำอธิบายและคำชี้แจงได้ทั้งในสภาและ facebook ของผม รบกวนพวกเราช่วยกัน share บอกต่อด้วยครับ ขอบคุณทุกท่านครับ


(หมายเหตุทีมงาน: อัพเดทรายละเอียดภาพ infographic ล่าสุด ณ เวลา 00:20 น. ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่นี่ : http://goo.gl/Eg7XtO )




ที่มา : https://www.facebook.com/chadchartofficial

7
เพิ่มเติม เส้นทางรถไฟความเร็วสูง จาก รมต. คมนาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์


ได้ข้อมูลล่าสุดจาก facebook ของท่าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เอามาแชร์ครับ

วันพรุ่งนี้ พ.ร.บ. สร้างอนาคตไทย ก็จะเข้าสู่สภาแล้วครับ ผมอยากให้พวกเรารับทราบรายละเอียดกันก่อน ผมขออธิบายรายละเอียดโครงการต่างๆในแต่ละยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงคมนาคม เตรียมไว้ซึ่งมีดังนี้ครับ


- รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 39.2%
- รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 22.8%
- ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 12.1%
- ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.7%
- สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%
- ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.5%
- ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.6%
- ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.2%
- รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 383,891 ล้านบาท คิดเป็น 19.2%
- ค่าสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ความผันผวนราคาวัสดุ การติดตามและประเมินผล) 21,050 ล้านบาท คิดเป็น 1.0%


จะเห็นได้ว่า โครงการใน พ.ร.บ.สร้างอนาคตประเทศนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกทม. ถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ บูรณะถนนสายหลัก ถนนเชื่อมประตูการค้า ท่าเรือ สะพานข้ามทางรถไฟ โดยกระจายอยู่ในทุกๆด้าน และ อยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ตามความจำเป็นและยุทธศาสตร์ของประเทศ

โครงการเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ แต่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หัวข้อ 5.3.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในเมือง และ เป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ทั้งในส่วนของ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณฑล โครงการท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และ ฝั่งอ่าวไทย การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งการเสนอโครงการต่างๆใน พ.ร.บ.นี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ได้แถลงเป็นพันธสัญญากับรัฐสภา อย่างครบถ้วน

สำหรับสิ่งที่จะได้จากโครงการนี้ ที่ทางรัฐบาลคาดหวังไว้คือ

1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2%
2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40%
3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. และขบวนรถโดยสาร เพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม.
4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5%
5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18%
6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี
7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30%
8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5%
9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี
10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม. รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

วันพรุ่งนี้ติดตามคำอธิบายและคำชี้แจงได้ทั้งในสภาและ facebook ของผม รบกวนพวกเราช่วยกัน share บอกต่อด้วยครับ ขอบคุณทุกท่านครับ


(หมายเหตุทีมงาน: อัพเดทรายละเอียดภาพ infographic ล่าสุด ณ เวลา 00:20 น. ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่นี่ : http://goo.gl/Eg7XtO )
8
ร้านนวด สปา ชุมชนธรากร สุขา3 ย่านมีนบุรี Thai massage, spa Tharakorn 164, minburi bangkok แอดมินมาทำธุระย่านนี้ ทำงานเหนื่อยเลยต้อง เข้า spa relax สักหน่อย ย่านนี้น่าอยู่ทีเดียวครับ ชาวต่างชาติจะเยอะเพราะใกล้สนามบิน มีตลาดสด ให้เดินซื้อของกิน ต้องบอกว่าสดวกสบายมากๆครับ ร้านนวด สปา ที่ว่านี้ชื่อ สยาม สปา หรือ siam spa อยู่ในซอย รามคำแหง 164 เข้าซอยมาประมาณ 100 เมตร อยู่ทางซ้านมือ มีบริการ นวดไทย นวดเท้า นวดน้ำมัน ขัดตัว เบอร์ติดต่อ 02-917-5255
9
ณ ปัจจุบันนะครับ 13/09/13

บรูไน : ดอลล่าบรูไน /// 1 ดอลล่าร์บรูไน เท่ากับประมาณ 25 บาทไทย
Buying 1.00 BND you pay 25.52 THB
กัมพูชา : เรียล /// 127 เรียล เท่ากับประมาณ 1 บาท
Buying 1,000.00 KHR you pay 8.016 THB
อินโดนีเซีย : รูเปียห์ /// 1,000 รูเปียห์ เท่ากับประมาณ 3 บาท
Buying 1,000.00 IDR you pay 2.80 THB
ลาว : กีบ /// 1,000 กีบ เท่ากับประมาณ 4 บาทไทย
Buying 1000.00 LAK you pay 4.16 THB
มาเลเซีย : ริงกิต /// 1 ริงกิตมาเลเซียเท่ากับประมาณ 10 บาท
Buying 1.00 MYR you pay 9.70 THB
พม่า : จ๊าด /// 26 จ๊าดเท่ากับประมาณ 1 บาทไทย
Buying 1,000.00 MMK you pay 33.43 THB
ฟิลิปปินส์ : เปโซ /// 1.40 เปโซ เท่ากับประมาณ 1 บาท
Buying 1,000.00 PHP you pay 729.06 THB
สิงค์โปร : คอลล่าสิงคโปร /// 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ เท่ากับประมาณ 25 บาท
Buying 1.00 SGD you pay 25.13 THB
เวียดนาม : ด่อง /// 652 ด่อง เท่ากับประมาณ 1 บาทไทย
Buying 1,000.00 VND you pay 1.51 THB

ขอบคุณ เก๋าไม่เก๋า ก็ลองดู
http://www.soccersuck.com/users/blog/147197
10
สกุลเงินประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ท่านทราบหรือไม่ว่า แต่ละประเทศในอาเซียน 10 ประเทศนั้น ใช้เงินสกุลอะไรบ้าง เทียบกับเงินไทย คิดเป็นเท่าไหร่ มาดูกันครับ สกุลเงินอาเซียน ที่ใช้



สกุลเงินประเทศอาเซียน 10 ประเทศ

ไทย : บาท

บรูไน : ดอลล่าบรูไน /// 1 ดอลล่าร์บรูไน เท่ากับประมาณ  25 บาทไทย 
The Brunei Dollar (BND) is the official currency of Brunei Darussalam.
The current exchange rate of the Brunei Dollar (BND) to the Thai Baht (THB) is approximately 1 BND to 25 THB.

กัมพูชา : เรียล /// 127 เรียล เท่ากับประมาณ 1 บาท 
The Cambodian Riel (KHR) is the official currency of Cambodia.
127 Cambodian Riel = 1 Thai Baht

อินโดนีเซีย : รูเปียห์ /// 1,000 รูเปียห์ เท่ากับประมาณ 3 บาท 
The Indonesian Rupiah (IDR) is the official currency of Indonesia.
1000 Indonesian Rupiah = 3 Thai Baht

ลาว : กีบ /// 1,000 กีบ เท่ากับประมาณ  4 บาทไทย
1000 Lao Kip = 4 Thai Baht

มาเลเซีย : ริงกิต /// 1  ริงกิตมาเลเซียเท่ากับประมาณ 10 บาท
The Malaysian Ringgit (MYR) is the official currency of Malaysia. 
*1 Malaysian Ringgit approximately equals 10 Thai Baht

พม่า : จ๊าด /// 26 จ๊าดเท่ากับประมาณ 1 บาทไทย 
The Myanmar Kyat (MMK) is the official currency of Myanmar.
26.0460 Myanmar Kyat = 1 Thai baht

ฟิลิปปินส์ : เปโซ /// 1.40 เปโซ เท่ากับประมาณ 1 บาท 
The Philippine Peso (PHP) is the official currency of the Philippines.
1.40 Philippine Peso = 1 Thai Baht

สิงค์โปร : คอลล่าสิงคโปร /// 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ เท่ากับประมาณ 25 บาท
The Singapore Dollar (SGD) is the official currency of Singapore.
1 Singapore Dollar approximately equals 25 Thai Baht.

เวียดนาม : ด่อง /// 652 ด่อง เท่ากับประมาณ  1  บาทไทย
The Vietnamese Dong (VND) is the official currency of Vietnam.
652 Vietnamese Dong = 1 Thai Baht

ที่มาบางส่วน >>> http://aseancorner.blogspot.com/



คลิป สกุลเงินประเทศอาเซียน 10 ประเทศ โดย กัณฑรี วรอาจ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=I7Fv24a53dg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=I7Fv24a53dg</a>

คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินของประเทศสมาชิกอาเซียนแบบเรียลไทม์ได้ที่
http://www.oanda.com/currency/converter/

ลิ้งค์บทความ .>> http://www.aseantalk.com/index.php?topic=86.0
Pages: [1] 2 3 ... 10